Piyapat's profileBeneath the pale moonlig...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 17

    Selamat Jawa, Sawastrien Satru Bali Session I

    ทริปที่แพลนกันมานานหลายเดือน เพราะหางแดงเพื่อนรักที่เชื้อเชิญเราเหลือเกิน
    และแล้วทริปที่ไม่ใช่ฝันมันก็เป็นความจริง................................................................
    เราทั้งหกออกเดินทางจากภูเก็ตตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งจะมายิ้มทักทาย
    แต่ยังไม่ทันที่เพื่อนรักจะพาเราไป สายฝนก็มาส่งเรานานนับชั่วโมง
     
    ประมาณหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เราจึงออกเดินทางจากเกาะภูเก็ตสู่KL
    ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่เวลาที่KLเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมงเสมือนบินสองชั่วโมง อิอิ
    กว่าจะถึงLCCTก็เกือบเที่ยงแล้ว อยากจะหัวเราะ ฝนแอ่งตกหนักจิอาย
    จากแอร์พอร์ตนั่งsky bus เข้าตัวเมือง จำได้ว่านั่งหลับตลอดเกือบชั่วโมง
    มาตื่นเอาตอนเข้าตัวเมืองKLแล้ว ฝนไม่ยักกะตกอะ รถมาจอดที่KL central
    พอลงจากรถก็เริ่มเดินงงแล้วครับ เดินวนไปวนมาพอเป็นพิธี เลยตัดสินใจถามinfo. counter
     
    เดินออกจากสถานีไปไม่ถึงห้านาทีก้เจอที่พักที่จองไว้ YMCAKL
    มีเวลาไม่มาก หาข้าวมันไก่ หมูกรอบกินแถวบ้าน เราก็ออกตระเวณในตัวเมืองกันเลย
    ไปไหนก็นั่งรถไฟฟ้า สะดวกสบาย ราคาถูกกว่าเมืองไทยซะอีก
    ที่แรกก้ต้องตึกแฝดสัญลักษณ์ประเทศเเค้าหละ ตึกปรีโตนาส
    เดินวนอยู่ข้างในเพราะฝนเริ่มลง แล้วก็ไปต่อแถวจัตุรัสเมอเดการ์ ลานอิสระภาพของเค้า
    เดินวนๆไปchina town พวกเพื่อนนักชอปก็มีความสุขกันใหญ่
    ไอเราไม่มีไรถูกใจก็ยืนเป็นอาตี๋กะเพื่อนมาเลอีกคน กลมกลืนจนพ่อค้าแม่ค้าไม่สนใจ
    รอขบวนพ่อช่างซื้อเดินชอบกันหนำใจ
    หาข้าวกินแล้วก็เดินกลับไปดูแสงไฟยามค่ำคืนแถวเมอเดการ์อีก
    แต่เสียดายหวะ ไม่สวยเหมือนครั้งก่อนๆ
    ถ่ายรูปพอเป็นกะไส กลับบ้าน หาไรกินก่อนนอน
     
    วันที่สอง ตื่นตั่งแต่เจ็ดโมงมากินอากหารเช้า
    เจ้าหน้าที่ที่YMCAน่ารัก บริการดี มีทั้งมาเล ไทย แล้วก็พม่า อะนะ
    เช็คเอ้าแล้วก็ออกเดินทางไปเมืองใหม่ Putrajaya นั่งรถไฟฟ้าไป โคตรดูดี
    เมืองดูดี มีระเบียบ นั่งรถเมล์สาย300เข้าตัวเมือง
    บนรถมี ฝรั่ง กะวัยรุ่นกรุ๊ปจีนนั่งรถไปกะเรา
    นั่งรถไปต่างคนต่างมอง พอมีคนลงก็เดินตามกันลงไป
    เดินแบบไม่มีทิศทางเห็นตึกรัฐบาลเค้ากะเดินกันมั่วๆ ไอพวกกรุ๊ปอื่นเห็นเราเดินก็เดินตาม เออ ขำขำ
    เดินลงบันไดมาเรื่อยๆ ก้เจอ โอววววแม่เจ้า สวยจริง มัสยิดสีชมพู มีลานธงชาติแล้วก็ธงแต่ละรัฐอยู่ข้างหน้า
    ถ่ายรูปกันกลางแดดจ้า อากาศผิดกับเมื่อวานยังกะอยู่คนละประเทศ
    ที่มัสยิดสีชมพู ผู้หยิงมี่ไม่ใช่มุสลิมต้องใส่ชุดหอกหวอดทับ ย้ำหว่าหอกหวอดเจงเจง ยะกะหลุดแฮรี่พอตเตอร์มา
    มิสยิดตั้งอยู่บนทะเลสาบ ด้านข้างมีวิวสะพานแขวน อือคนเราช่างเนรมิตจริงๆ
    เกือบเที่ยงเราก็นั่งรถไฟกลับ กินนาชิโกแลงกันที่ สถานี อร่อยโคตร เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงก่อนกลับสนามบิน
    ไม่อยากให้เวลาสูญเปล่า ดีที่ใกล้ๆมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอยู่
    เดินผ่านโรงแรม Le MeridienกะHiltonที่ติดกัน ก่อนถึงพิพิธภัณฑ์ เออใกล้มาก
    ข้างๆมีTourist Info. Center แล้วเราก็เจอแผนที่กันที่นี่ ก่อนกลับ55555
    ทีแรกก็บ่นพึมพำว่าที่นี่ขี้เหนียวไม่ยอมผลิตมาแจกนักท่องเที่ยว จริงๆแล้วพวกตูโง่เอง อิอิ
    ที่พิพิธภัณฑ์ ทำดี มีเรื่องราวประเทศตั่งแต่ยุคหินจนยุคปัจจุบัน
    ดูกันเพลิน เย็นสบาย ลืมอากาศข้างนอกกันไปเลย
    ประมาณห้าโมงเย็นเราก็นั่งรถกลับLCCT
    กินMacที่ราคาก็ไม่ต่างจากบ้านเรา ก่อนบินต่อไปDenpasarเครื่องออกประมาณสามทุ่ม
    จากKLไปบาหลีใช้เวลาสามชั่วโมงทั้งนั่งทั้งนอน กรอกอิมมิเกรชั่นสามแผ่น เยอะมาก
    กว่าจะถึงบาหลีก็เที่ยงคืน 5555 ที่นี่เวลาเหมือนKL
    พอออกนอกสนามบิน โอ้ว เตรียมรับมือครับ แทกซี่หน้าเลือด
    ต่อกันพอเป็นพิธี สรุปได้รถแวนราคา300.000IDRจริงแล้วน่าจะถูกกว่านี้แต่เห็นว่าเที่ยงคืนแล้ว เลยขี้เกียจต่อ
    ขึ้นรถได้พี่คนขับแกก็เปิดเพลงบิ้วบรรยากาศพวกกรูกันเลย บาหลี๊บาหลี
    ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงอูบุด แต่กำที่โรงแรมไม่ยอมคอนเฟิมพวกกรุ เลยต้องมาวอคอิน
    ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำต้อนรับ โฮมเสตย์ โรงแรม แอ่งปิดหมด ยังกะเมืองล้าง
    ต้องบุกกันตามตรอกตามซอย บางที่เจ้าของก็งัวเงียมารับกรูเชียว พร้อมคำตอบFull
    วายันคนขับรถของเราก้ดีเหลือเกิน พาขับรถหาแม้ว่าฝนจะตกแล้วก็ดึกมาก
    กว่าจะได้ก็ตีสองกว่าแล้วต้องขอบคุณเจ้าของที่มาเปิดประตูรับกรูท่ามกลางสายฝน
    ที่พักอยู่ในซอยอาจูน่า ถนนป่าลิง ชื่ออาจูน่าเหมือนชื่อซอย ราคา150.000ต่อคืนโคตรถูก
    บอกลา วายัน พร้อมสินน้ำใจอีก50.000
    ก่อนนอนเดินออกไปซื้อน้ำกันตาย ดีที่มีมินิมาร์ท24ชั่วโมง กรูกะนัดโซ้ยมาม่าร้อนๆคัพละ10บาทก่อนนอน
    ไม่มีเวลาสำรวจ ต้องรีบอาบน้ำนอน กำไม่มีน้ำร้อน
     
    วันที่สาม แต่เป็นเช้าแรกที่บาหลี
    อากาศไม่มีทีท่าจาเปลี่ยนแปลง ยังคงตกปรอยๆ น่านอน
    ต่ืนมาก็เก้าโมงแล้วกินเซทอาหารเช้าที่โฮมสเตย
    ดูดี มีfruit salad, tea/coffee แล้วก้ให้เลือก scramble on toast/banana pancake
    อิ่มแล้วก็ต่อลองราคาไปทัวร์กัน400.000
    ที่แรกไปคินตามณี ดูวิวภูเขาไฟบาร์เตอแล้วก็ทะเลสาปบาร์เตอ ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านต่างๆ สลับ ไร่ นาขั้นบันได
    บาหลีเป็นเกาะที่คงความเป็นเอกลักษณืไว้ได้ดีจริงๆ
    เพราะบ้านที่นี่แต่ละหลังจะเหมือนๆกัน เป้นหลังเล็กๆอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ตรงลานบ้านเป็น ลานพิธีกรรม มีแท่นเทวรูปฮินดูต่างๆ ดูแล้วมีมนต์ขลังผสมความน่าเกรงขาม
    ระหว่างทางผ่านบ้านหลังหนึ่งกำลังเตรียมจัดงานแต่งงานตอนเย็นนี้ เป็นบ้านเจ้าบ่าว เพราะที่นี่เจ้าสาวต้องมาขอเจ้าบ่าว อิอิ 
    ไม่นานเราก็มาถึงคินตามณี แต่มองไม่เห็นอะไรเลย เพราะฝนตก หมอกหนา มาเดย์พลขับเลยพาไปชมวัดก่อน
    วัดบนเขาTegeh Keripanต้องบอกว่า สวย ด้วยบรรยากาศที่มีหมอกหนาว ยะกะหลุดไปอยู่อีกมิตินึง
    ไม่ได้เว้อ แต่รู้สึกได้จริงๆ
    เที่ยงนี้เราแวะกินข้าวที่คอนตามณีกับร้านบุฟเฟ่อันเลื่องชื่อ
    พี่ไทยอย่างเรามาแล้วก็ต้องต่อได้ราคา60.000ต่อคนรวมsercharge20%
    อาหารอร่อยดีมีพวกข้าวผัด สะเตะ ผัดผัก ทอดมันข้าวโพด ว่าไปมันก็เหมือนบ้านเรา
    จากร้านอาหารPanca Yogaเราก็เดินทางต่อไปวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ Pura Tirta Embul คำว่าPura แปลว่าวัด
    มาถึงวัดท่ามกลางสายฝนก้มาเจอพี่ไทยกรุ๊ปใหญ่มาเที่ยว เลยทำเนียนๆไปฟังไกด์บรรยาย
    ที่นี่เป้นวัดที่คนบาหลีจะมาขอพร อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ คงจะคล้ายๆแม่น้ำคงคาในอินเดียละมั้ง แต่สะอาดกว่า เพราะน้ำใสแจ๋วจริงๆ
    ด้านข้างเป็นบ้านพักประธานาธิบดีอินโดด้วยคราบท่าน เออเส้นใหญ่เจงๆ
    ตางทางออกไกด์บอกว่า เชิญshopกันให้หนำใจ ทีแรกก้ไม่คิดไร
    แต่โอ้ มีร้านขายของเป็นทางยาวสองข้างทางลดเลี้ยว กว่าจะถึงที่จอดรถ
    ไอคนขายก็ช่าง พูดไทยซะคล่อง
    แถวต่อได้อีก 70%เห็นจาได้ ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายสนุกขึ้นมาทันตา ได้ของไปหลายอย่าง
    เราเล่นมุขแบบต่อแล้ว ถ้าไม่ได้ก้เดินออก สุดท้ายคนขายก็เรียกกลับมาล่ำไป สนุกกันลืมเวลากันไปเลยคราฟ
    ที่สุดท้ายของวัน Gunung kawi วัดโบราณสมัยกษัตริย์ชวา แต่เดินโคตรไกล เดินขึ้น ลง ผ่านแปลงนา ขั้นบันได สวยๆ
    ที่นี่มีเจดีย์ผาหิน สวยดีครับ
    บรรยากาศเริ่มมืดแล้วต้องรีบกลับ
    นั่งรถกลับเข้าอุบุด ได้แต่ผวนาให้พรุ่งนี้อากาสดี
    กินข้าวเย็นกันที่ร้านArimas อร่อยดีแถมไม่แพงเลย
    เดินเล่นๆแถวubud palace ก่อนเข้านอน
    ก่อนเข้าบ้าน ดันเดินไปเจอที่พักใหม่อยู่ตรงข้ามกับอาจูน่า
    ชื่อว่าซัวเซน่า เป็นตึกใหม่พึ่งสร้างน่าพักมาก
    เลยลองเข้าไปถาม มีพนักงานออกมาพาไปดูห้อง ชื่อนิวแมน
    ห้องโคตรสบาย ราคา250.000 ต่อลองกันสักพักได้180.000ต่อคืน
    เลยจองไว้สองห้อง นัดย้ายเข้าเก้าโมงเช้าพรุ่งนี้
    นิวแมนบอกไม่มีปัญหา
    กลับมาอาบน้ำเย็นก่อนนอน
     
    วันที่สี่
    ตื่นแต่เช้ามาดูคุณยายเจ้าของโฮมสเตย์ทำพิธี
    จะมีกระทงเล็กๆใส่ดอกไม้ ขนม ข้าว กับข้าว วางแต่ละแท่นพิธี
    แล้วก็มีตั้งตามพื้น เพราะคนบาหลีนับถือเทพเจ้ามก จะมีการไหว้กันทุกวัน
    เดินตามถนนก็มี
    วันนี้นัดมาเดย์ไว้ตอนเก้าโมง ก่อนออกก็กินอาหารเช้าก่อน
    แล้วก็ยกกระเป๋าไปเก็บไว้ที่พักใหม่
    ทริปวันนี้ของเราเริ่มต้นที่วัดTaman Ayunเป็นวัดหลวงของบาหลี
    ด้านในกว้างมาก มีแต่คนบาหลีสวมชุดขาวกันมาทำพิธี
    สืบได้ความว่าวันนี้วันพระจันทร์เต็มดวง เป็นวันพิเศษ
    คงประมาณวันพระบ้านเรา
    วัดนี้มีหอคอยให้ขึ้นไปดูวิวด้วย แต่ขึ้นไปแล้วไม่มีไร
    มีแต่ฝรั่งตัวใหญ่ค่อยๆเดินขึ้นบันไดแคบๆเล็กๆ กว่าจะถึงบนหอคอย ทุรักทุเรเอาการ น่าสงสาร
    จากนั้นก็ไปวัดUlan Danuที่ทะเลสาบฺBeratanขึ้นเขาลงห้วยเอาการเหมือนกันกว่าจะถึง
    ระหว่างทางเพื่อนร่วมทริปนึกถึงสตรอเบอร์รี่เลยลองถามมาเดย์ดู
    ที่แรกไม่คิดเลยว่าบาหลีจะมีด้วย ไอเราก้คิดว่ามันต้องเป็นแบบภาคใต้บ้านเรา
    ที่ไหนได้ระหว่างทางมีสตรอเบอร์รี่ขายกล่องละ15บาท ถูกใคตร เลยซื้อไป แปดกล่อง
    นึกๆไปมันก็เหมือนภาคเหนือบ้านเราอะนะ ถ้าคำนวณจากเส้นศูนย์สูตรแล้วคงห่างพอๆกัน แต่มีทะเล เออดีหวะ
    นอกเรื่องจัง เล่าต่อ...พอลงเขามา ว๊าววววววววววทะเลสาบโคตรสวย อากาศเย็นสบายมาก
    ลืมความหิวกันไปเลย พวกเราตัดสินใจเข้าวัดก่อน เรื่องกินเรื่องเล็ก
    ที่นี่มีวิหารยื่นไปในทะเลสาบ สวยมาก เคยเห็นแต่ในรูป ไม่นึกเลยว่าของจริงจะสวยเกินบรรยาย
    ว่าไปภาพถ่ายก็ไม่สามารถเก็บความงดงามได้หมด ต้องเห็นด้วยตา สัมผัสได้ด้วยใจ ซะงั้น
    มีคนบาหลีมาทำพิธีเต็มเลย มากันเป็นครอบครัว คนอินโดเองก็มาเที่ยวเยอะ
    ออกจากวัดเราก็ข้ามถนนมากินข้าวราดแกง วาลุง แบบชาวบ้านบาหลีกินกัน
    อร่อยดี รสชาติจะไม่เผ็ดมาก ออกหวานๆโดยส่วนใหญ่
    ที่ต่อไปเราจะไป อารามกลางน้ำ สัญลักษณ์อีกที่ของบาหลีTanah Lot
    ระหว่างทางเดินเข้าไปก้เจอพี่ไทยกรุ๊ปเดียวกับเมื่อวานอีกแล้ว ชอปกันกระจาย
    กว่าจะถึงวิหารที่ว่า ร้านขายของยาวเหยียด ดูจนลายตา นักท่องเที่ยวก็เยอะเดินกันยั่วเยียะ อิอิ
    ตอนที่เราไปถึงประมาณห้าโมงคงได้ น้ำลดแล้วเลยเดินลงไปถึงอารามได้เลย
    แต่คลื่นที่พัดมากระทบฝั่งก็แรงใช้ได้อยู่ มีหาดทรายเล็กๆสลับกับหินโสโครก มีสาหร่ายสีเขียวขึ้นเป็นหย่อมๆ
    แต่อารามที่บาหลีเข้าห้ามนักท่องเที่ยวเข้า นอกจากคนบาหลีเอง เราเลยได้มองอยู่แต่ข้างนอก
    แล้วก็เดินขึ้นเนินไป เป็นหน้าผายื่นออกไปในทะเล เห็นวิวทะเลและอารามทานาลอต ชัดเจน สวยงาม
    พระอาทิตย์เริ่มจะตกแล้วแต่เราต้องรีบกลับ เพราะเรามีนัดต่อในคืนนี้
    ระหว่างทางกลับ เราเจอคนบาหลีแก้ผ้าอาบน้ำกันในคลองข้างถนน คงเป็นเรื่องธรรมดาของเค้า แต่สำหรับเราไม่ธรรมดา
    รถมาถึงอูบุดหกโมงครึ่งน่าจะได้
    ค่ำนี้เรามีนัดกับระบำบาลอง บาเก็งที่Ubud Palaceสนนราคาคนละ80.000
    เรารีบเข้าไปจับจองที่นั่งกัน แต่ไม่ได้เป็นเรากลุ่มแรก เพราะที่นั่งด้านหน้าเต็มหมด
    เราเลยไปนั่งด้านข้างๆเวทีแทน
    ระบำกำลังจะเริ่มก็มีคุณยายออกมาทำพิธีก่อนแล้วนั่งดนตรีก็ออกมาโหมโรงเรียกน้ำย่อย ก่อนที่ ตัวแสดงจะออกมาโชว์ลีลา
    เห้นแล้วก็เมื่อยตาแทน เป็นเรื่องราวของSisya กลุ่มแม่มดในหมู่บ้านDirahที่มีแม่มดรุ่นยายอย่างRangdengเป็นผู้สอน
    ต่อมาทางการส่งพ่อมดฝ่ายดีมาปราบ จนชนะ แม่มดพ่ายแพ้จึงแปรงกายเป็นสัปราด นามว่าRangda พ่อมดเลยแปรงกายเป็นBarong เพื่อปกป้องชาวบ้าน
    การแสดงน่าสนใจดี แต่ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่
    กลับจากการแสดงเราก็ทานอาหารมื้อดึกกันที่Balina Lagoonร้านสีเขียวในซอยแถวบ้าน อาหารไม่ค่อยอร่อยเท่าร้านเมื่อวานแต่ก็โอเค
     

    Comments (3)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Nat Boonmarkwrote:
    กรูบอกแล้ว กลับมาปุ๊ปให้รีบอัพเลย อารมณ์กำลังดิบๆสดๆอยู่
    นี่ก็อาทิตย์กว่าแล้ว หมดมุกดิเมิ้งงง...
    ....เหมือนกรูเลย

    ---เลยเปลี่ยนมาเผาพวกเมิงเล่นเสีย +++
    Sept. 19
    แต่ก้อยังได้ไปป่ะ
    Sept. 18
    เออ ฝนตกหนักอิตาย น่ากลัวนิ

    เสียดายไม่ได้ร่วมทริปในฝันทริปนี้ด้วย
    Sept. 18

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://blackmoon0.spaces.live.com/blog/cns!F7D5C80C557F7174!4216.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None